วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

บันทึกการเรียนรู้ ครั้งที่ 4 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ

การเรียนการสอน

-เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
-         เด็กที่มีการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในสภาพปกตินานๆไม่ได้
-         เด็กที่ควบคุมพฤติกรรมบางอย่างของตนเองไม่ได้
-         ทำให้ไม่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเรียบร้อย
แบ่งได้ 2 ประเภท
-         เด็กที่ได้รับความกระทบกระเทือนทางอารมณ์
-         เด็กที่ปรับตัวเข้ากับสังคมไม่ได้
 การจะจัดว่าเด็กมีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ต้องคำนึงถึงองค์ประกอบดังนี้
                      1.    สภาพแวดล้อม
                      2.    ความคิดเห็นแต่ละบุคคล
                    ผลกระทบที่เกิดต่อเด็ก
                                     รักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือครูไม่ได้
                                                             ไม่สามารถเรียนหนังสือได้เช่นปกติ
                                                             มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
                                                             มีความคับข้องใจ และมีความเก็บกดอารมณ์
                                                              แสดงอาการทางร่างกาย
                                                              มีความหวาดกลัว
                  เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมซึ่งจัดว่ามีความรุนแรงมาก
         -         เด็กสมาธิสั้น
         -         เด็กออทิสติก
                 ลักษณะของเด็กที่มีความความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
         -         อุจาระ ปัสสาวะรดเสื้อผ้า
         -         ยังติดขวดนม
         -         ดูดนิ้ว กัดเล็บ
         -         หงอยเหงาเศร้าซึม
         -         เรียกร้องความสนใจ
         -         อารมณ์หวั่นไหวง่ายต่อสิ่งเร้า
         -         ฝันกลางวัน


                                 

 ออทิสติก    หมายถึง  เด็กที่มีพัฒนาการแตกต่างไปจากเด็กปกติ และ ส่งผลกระทบต่อการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ความสามารถในการสื่อสาร การใช้จินตนาการ อารมณ์ และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของเด็ก
ลักษณะที่เด่นชัดของเด็กออทิสติก
 ปัญหาด้านความสัมพันธ์
-        ไม่สบตากับผู้อื่น
-        ขาดความสนใจบุคคลรอบข้าง
-        ไม่เล่นกับเด็กคนอื่น ๆ
ปัญหามีพฤติกรรมแปลก ๆ
-        ทำท่าทางแปลก ๆ
-        หัวเราะไม่สมเหตุสมผล
-        ชอบหมุนวัตถุ
-        สนใจวัตถุ / สิ่งของซ้ำ ๆ
ปัญหาทางภาษา
-        การสื่อสารกับคนอื่นไม่เข้าใจ
-        พูดเรียนแบบเหมือนนกแก้ว
-        พูดเรื่องเดียวซ้ำ ๆ
ปัญหาด้านการรับรู้
-        ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงในชีวิต  เช่นสถานที่
-        การรับรู้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ผิดปกติ เช่น ทากาว

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

บันทึกการเรียนรู้ ครั้งที่ 3 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ

การเรียนการสอน

อาจารย์พูดต่อในสัปดาห์ที่แล้วเกี่ยว เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ


เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ



เด็กบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ หมายถึง ผู้ที่มีอวัยวะไม่สมส่วน อวัยวะส่วนใด ส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนหายไป กระดูกกล้ามเนื้อพิการ เจ็บป่วยเรื้อรังรุนแรงหรือเฉียบพลัน มีความพิการทางระบบประสาทสมอง มีความลำบากในการเคลื่อนไหวจนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาเล่าเรียน และทำกิจกรรมของเด็ก จำแนกได้ดังนี้ 1. อาการบกพร่องทางร่างกาย ที่มักพบบ่อย ได้แก่ 

1.1 ซีพี หรือ ซีรีรัล พัลซี (C.P. : Cerebral Passy) หมายถึง การเป็นอัมพาตเนื่องจากระบบประสาทสมองพิการหรือเป็นผลมาจากสมองที่กำลังพัฒนาถูกทำลายก่อนคลอด อันเนื่องมาจากการขาดอากาศ ออกซิเจน ฯ เด็กซีพี มีความบกพร่องที่เกิดจากส่วนต่าง ๆ ของสมองแตกต่างกัน ที่พบส่วนใหญ่ คือ 
1.1.1 อัมพาตเกร็งของแขนขา หรือครึ่งซีก (Spastic) 
1.1.2 อัมพาตของลีลาการเคลื่อนไหวผิดปกติ (Athetoid) จะควบคุมการเคลื่อนไหวและบังคับไปในทิศทางที่ต้องการไม่ได้ 
1.1.3 อัมพาตสูญเสียการทรงตัว (Ataxia) การประสานงานของอวัยวะไม่ดี 
1.1.4 อัมพาตตึงแข็ง (Rigid) การเคลื่อนไหวแข็งช้า ร่างการมีการสั่นกระตุกอย่างบังคับไม่ได้ 
1.1.5 อัมพาตแบบผสม (Mixed)

1.2 กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Muscular Distrophy) เกิดจากประสาทสมองที่ควบคุมส่วนของกล้ามเนื้อส่วนนั้น ๆ เสื่อมสลายตัว โดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้กล้ามเนื้อแขนขาจะค่อย ๆ อ่อนกำลัง เด็กจะเดินหกล้มบ่อย 

1.3 โรคทางระบบกระดูกกล้ามเนื้อ (Orthopedic) ที่พบบ่อย ได้แก่ 
1.3.1 ระบบกระดูกกล้ามเนื้อพิการแต่กำเนิด เช่น เท้าปุก (Club Foot) กระดูกข้อสะโพกเคลื่อน อัมพาตครึ่งท่อนเนื่องจากกระดูกไขสันหลังส่วนล่างไม่ติด 
1.3.2 ระบบกระดูกกล้ามเนื้อพิการด้วยโรคติดเชื้อ (Infection) เช่น วัณโรค กระดูกหลังโกง กระดูกผุ เป็นแผลเรื้อรังมีหนอง 
1.3.3 กระดูกหัก ข้อเคลื่อน ข้ออักเสบ มีความพิการเนื่องจากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง 

1.4 โปลิโอ (Poliomyelitis) เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งเข้าสู่ร่างกายทางปาก แล้วไปเจริญต่อมน้ำเหลืองในลำคอ ลำไส้เล็ก และเข้าสู่กระแสเลือดจนถึงระบบประสาทส่วนกลาง เมื่อเซลล์ประสาทบังคับกล้ามเนื้อถูกทำลาย แขนหรือขาจะไม่มีกำลังในการเคลื่อนไหว 

1.5 แขนขาด้วนแต่กำเนิด (Limb Deficiency) รวมถึงเด็กที่เกิดมาด้วยลักษณะของอวัยวะที่มีความเจริญเติบโตผิดปกติ เช่น นิ้วมือติดกัน 3-4 นิ้ว มีแค่แขนท่อนบนต่อกับนิ้วมือ ไม่มีข้อศอก หรือเด็กที่แขนขาด้วนเนื่องจากประสบอุบัติเหตุ และการเกิดอันตรายในวัยเด็ก 
1.6 โรคกระดูกอ่อน (Osteogenesis Imperfeta) เป็นผลทำให้เด็กไม่เจริญเติบโตสมวัย ตัวเตี้ย มีลักษณะของกระดูกผิดปกติ กระดูกยาวบิดเบี้ยวเห็นได้ชุดจากระดูกหน้าแข็ง2. ความบกพร่องทางสุขภาพ ที่มักพบบ่อย ได้แก่ 
2.1 โรคสมชัก (Epilepsy) เป็นลักษณะอาการที่เกิดเนื่องมาจากความผิดปกติของระบบสมองที่พบบ่อยมีดังนี้ 
2.1.1 ลมบ้าหมู (Grand Mal) 
2.1.2 การชักในช่วยเวลาสั้น ๆ (Petit Mal) 
2.1.3 การชักแบบรุนแรง (Grand Mal) 
2.1.4 อาการชักแบบพาร์ชัล คอมเพล็กซ์ (Partial Complex) 
2.1.5 อาการไม่รู้สึกตัว (Focal Partial) 
2.2 โรคระบบทางเดินหายใจโดยมีอาการเรื้อรังของโรคปอด (Asthma) เช่น หอบหืด วัณโรค ปอดบวม 
2.3 โรคเบาหวานในเด็ก เกิดจากร่างกายไม่สามารถใช้กลูโคสได้อย่างปกติ เพราะขาดอินชูลิน 
2.4 โรคข้ออักเสบรูมาตอย มีอาการปวดตามข้อเข่า ข้อเท้า ข้อศอก ข้อนิ้วมือ 
2.5 โรคศีรษะโต เนื่องมาจากน้ำคั่งในสมอง ส่วนมากเป็นมาแต่กำเนิด ถ้าได้รับการวินิจฉัยโรคเร็วและรับการรักษาอย่างถูกต้องสภาพความพิการจะไม่รุนแรง เด็กสามารถปรับสภาพได้และมีพื้นฐานทางสมรรถภาพดีเช่นเด็กปกติ 
2.6 โรคหัวใจ (Cardiac Conditions) ส่วนมากเป็นตั้งแต่กำเนิด เด็กจะตัวเล็กเติบโตไม่สมอายุ ซีดเซียว เหนื่อยหอบง่าย อ่อนเพลีย ไม่แข็งแรงตั้งแต่กำเนิด 
2.7 โรคมะเร็ง (Cancer) ส่วนมากเป็นมะเร็งเม็ดโลหิต และเนื้องอกในดวงตา สมอง กระตูก และไต 
2.8 บาดเจ็บแล้วเลือดไหลไม่หยุด (Hemophilia)

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

บันทึกการเรียนรู้ ครั้งที่ 2 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ

การเรียนการสอน



 - อาจารย์อธิบายความหมายเกี่ยวกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (Child with Special Needs)

 - เด็กพิเศษประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ      1.กลุ่มเด็กที่มีลักษณะทางความสามารถสูง  (กลุ่มเด็กที่มีระดับสติปัญญา (IQ) ตั้งแต่ 130 ขึ้นไป)    2.กลุ่มเด็กที่มีลักษณะบกพร่อง  กระทรวงศึกษาธิการแบ่งออกเป็น  9  ประเภท ดังนี้         2.1.) เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา           2.2.) เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน           2.3.) เด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น           2.4.) เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ           2.5) เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา           2.6.) เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์           2.7.) เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้         2.8.)เด็กออทิสติก(รวมถึงความบกพร่องของพัฒนาการแบบรอบด้านอื่นๆ - PDDs)         2. 9.) เด็กพิการซ้ำซ้อน


การเรียนร่วมของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

บันทึกการเรียนรู้ ครั้งที่ 1 การเอบรมลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ

การเรียนการสอน

อาจารย์แจก Course Syllabus  พร้อมทั้งชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ให้นักศึกษาได้ทราบเกี่ยวกับงานที่ได้รับมอบหมาย เกณฑ์การให้คะแนนกิจกรรมที่ทำในชั้นเรียนอาจารย์ให้นักศึกษาทำมายแม็บ หัวข้อ
เรื่อง เด็กพิเศษ พร้อมทั้งให้ตกแต่งให้สวยงามและนำมาส่ง